ชิโร่ อิมโมบิเล่ เมื่อดาวยิงจอมพเนจรหยุดเดินทาง แต่ไม่หยุดพังประตู

นาทีนี้ดาวยิงที่ฟอร์มกระฉูดระเบิดแตกที่สุดในยุโรป คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชื่อของ ดาวยิงชาวอิตาลี ของทีมอินทรีฟ้าขาวลาซิโอ อย่างชิโร่ อิมโมบิเล่ ที่ระเบิดฟอร์มซัดกระจายไปถึง 27 ประตูจากการลงเล่นไปเพียง 26 นัด ขึ้นนำดาวซัลโวแต่เพียงผู้เดียว ทั้งในระดับกัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี และของยุโรป โดยในระดับประเทศมีโรนัลโด้ตามมาห่าง ๆ ที่ 21 ประตู และในระดับยุโรปมีโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงบาเยิร์นมิวนิคตามอยู่ที่ 23 ประตู

นับว่าเป็นฤดูกาลที่อิมโมบิเล่ ระเบิดฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาอย่างแท้จริง จนตอนนี้เขาพาต้นสังกัดอย่างอินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ โบยบินติดลมบน โดยเบียดแย่งแชมป์กับม้าลายยูเวนตุส มีแต้มห่างเพียงแค่ 1 คะแนน นับว่ามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ ทั้งในระดับทีมและความสำเร็จส่วนตัว แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ใช่ว่าเส้นทางของอิมโมบิเล่จะสวยงาม โรยด้วยกลีบกุหลาบ เหมือนยอดดาวยิงคนหลาย ๆ คน เพราะเส้นทางบนชีวิตลูกหนังของเขา ต้องบอกว่าเป็นมหากาพย์แห่งการเดินทางเลยก็ว่าได้ และมันไม่ใช่การเดินทาง เพื่อชื่นชมความงดงามของสองข้างทางบนโลกลูกหนัง แต่มันคือการเดินทางเพื่อหาจุดยืน ในการพิสูจน์ตัวเอง ว่าเขาคือของจริง และกว่าจะพบจุดที่เหมาะสมกับตัวเอง ก็ปาเข้าไปจนอายุ 26 ปีเลยทีเดียว

เขาเริ่มต้นเส้นทางการค้าแข้งจากการเล่นในระดับเยาวชนของซอเรนโต ก่อนจะย้ายเข้ามาสู่ศูนย์เยาวชนของยูเวนตุส และถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ ก่อนจะปล่อยให้เซียน่า และกรอสเซ็ทโตยืมตัว แถมสุดท้ายยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาตัวเองเพื่อไปอยู่กับเปสคาร่า ก่อนจะพาเปสคาร่าเลื่อนชั้นด้วยการยิงสลุตไปถึง 28 ลูก แต่ฤดูกาลต่อในการเล่นลีกสูงสุดกับเจนัว เขากับโชว์ฟอร์มไม่ออก ยิงได้เพียง 5 ลูก มันจึงถึงเวลาย้ายทีมอีกครั้ง พร้อมด้วยคำสบประมาทว่าเขาเป็นเพียงดาวยิงลีกรอง แต่การย้ายครั้งนี้ก็ยังคงเล่นอยู่ในซีเรีย อากับโตริโน่ และเขาก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยการยิงไป 22 ประตู แต่ถึงแม้จะเล่นได้ดี มันกับเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาย้ายทีมอีกครั้ง เพราะฟอร์มการเล่นของเขามันดันไปเข้าตา ดอร์ทมุนด์ยอดทีมจากเมืองเบียร์ แต่อาจเป็นเพราะการปรับตัวและโอกาสการลงสนาม ทำให้เขายิงได้แบบกระท่อนกระแท่น ไปเพียงแค่ 10 เม็ดจากการลงสนามทุกรายการ 34 เกม จึงถูกปล่อยยืมไปสเปนกับเซบีญ่า และกลับไปโตริโนอีกครั้ง ในฤดูกาลเดียวกัน

สุดท้ายในปี 2016 การเดินพเนจรของเขาก็สิ้นสุดลง เมื่อทัพอินทรีฟ้าขาว มองเห็นศักยภาพในตัวของเขา แล้วดึงมาร่วมทีมในราคาเพียงแค่ 8.75 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมันแสดงให้เห็นแล้วว่า มันเป็นการลงทุนที่ถูกแสนถูก ราวกับได้มาเปล่า ๆ ก็ไม่ปาน เพราะนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาตอบแทนความเชื่อมันของลาซิโอ ด้วยการลงสนามรวมทุกรายการไปถึง 167 นัด ยิงไปถึง 116 ประตู พาทีมคว้าโคปา อิตาเลีย 1 สมัย และซูเปอร์โคปา อิตาเลีย 2 สมัย นับว่าคุ้มทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไป เรียกว่าถ้าจะขายต่อก็ฟันกำไร จะเก็บไว้ใช้ก็มีประโยชน์มหาศาล

เส้นทางการลุ้นสคูเดตโต้ ยังเหลืออีก 12 นัดถ้าอิมโมบิเล่และเพื่อนร่วมทีม ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้ไว้ได้ เชื่อว่าโอกาสคว้าแชมป์ของพวกเขายังเปิดกว้างอย่างแน่นอน ลองจินตนาการว่า หากลาซิโอจบฤดูกาลด้วยด้วยการเป็นแชมป์ลีก และอิมโมบิเล่ครองดาวซัลโวของลีกมาครอง พ่วงด้วยดาวยิงสูงสุดยุโรปอีกหนึ่งรางวัลแล้วละก็ มันจะเป็นการเสริมให้เรื่องราวการเดินทางของ ชิโร่ อิมโมบิเล่ จบได้สวยงามราวกับเทพนิยายแห่งโรมเลยทีเดียว

เครดิตภาพ : https://ronaldo.com/football-news/ciro-immobile-king-ciro/