สารพัดวัสดุทำหนังรองเท้าสตั๊ด

ตัวรองเท้าฟุตบอลนั้นในส่วนของ Upper หรือ หนังรองเท้าอยู่บนพื้นฐานเพียงสองอย่างคือ ไม่เป็นหนังธรรมชาติ ก็ต้องเป็นหนังสังเคราะห์ ซึ่งวัสดุทำ Upper เกรดดี ๆ นั้นมีผลต่อราคา หน้าตาและน้ำหนักของรองเท้า และเหล่านี้คือวัสดุฮิตที่นิยมเอามาทำส่วน Upper ของรองเท้าสตั๊ด

หนังธรรมชาติ (Leathers) ก็มีที่นิยมกันหลายอย่าง ซึ่งแต่ละวัสดุก็มีดีมีด้อยแตกต่างกันไป และในบรรดาหนังธรรมชาติที่ใช้ทำรองเท้าทุกวันนี้ก็จะมี

หนังจิงโจ้ (Kangaroo) ถือเป็นหนังชั้นดีในการทำรองเท้าสตั๊ด เป็นหนังรองเท้าที่ความนิยมไม่เคยตกยุค มีทั้งความเบาและความนุ่มในตัวเอง รองเท้าที่ผลิตโดยหนังชนิดนี้ผ่านการการันตีโดยนักฟุตบอลอาชีพว่าเวลาสวมจะรู้สึกนุ่มเท้า และเวลาสัมผัสลูกบอลก็ให้ความรู้สึกนิ่ม แต่หนังจิงโจ้มีปัญหา

หนังลูกวัว (Calfskin) เป็นอีกหนึ่งวัสดุพรีเมี่ยมที่ใช้ทำรองเท้าให้รู้สึกนุ่ม บางเบาแต่ทนทาน หนังรองเท้าชนิดนี้กันน้ำได้ดีระดับหนึ่ง แต่ถ้าเทียบแล้วก็จะหนักกว่าหนังจิงโจ้

หนังวัว (Full-grain) ทำจากหนังวัวส่วนสะโพก ค่อนข้างจะแข็งและหนากว่าทั้งสองแบบแรก แน่นอนว่าทำให้มันมีน้ำหนักมากกว่า แต่เวลาสวมใส่ก็จะรู้สึกว่ามันรับรูปกับเท้ากว่า

ปัญหาหลักของหนังธรรมชาติคือการที่พวกมันไม่กันน้ำ แถมยังทำตัวอมน้ำด้วย จึงไม่เหมาะที่จะใช้เล่นในสนามที่มีความเปียกแฉะหรือเล่นในฤดูฝน แถมในการแข่งขันฟุตบอลบางสนามยังมีการฉีดน้ำทั้งก่อนเกมและระหว่างพักครึ่งเพื่อลดความร้อนหรือเป็นแท็กติกก็ตามแต่ ทำให้รองเท้าหนังธรรมชาติเกิดปัญหาในการเล่น ดังนั้นเพื่อลดปัญหาเรื่องรองเท้ามันซับน้ำที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มจึงมีการพัฒนาเอาหนังสังเคราะห์มาผลิตรองเท้าฟุตบอล

หลังจากที่มีการเอาหนังสังเคราะห์ (Synthetic Leathers) มาใช้งาน นักเตะก็พบว่ามันค่อนข้างจะใช้งานได้ดี แถมยังมีสีสันให้เลือกใช้ด้วย บรรดาผู้ผลิตรองเท้าแต่ละเจ้าจึงได้พัฒนาการออกแบบรองเท้าที่เตะตาต้องใจมากขึ้น โดยเฉพะการผลิตรองเท้ารุ่นที่มีสีสว่างหรือสีสดออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในมุมกลับกันนักเตะบอกว่าพวกมันไม่นุ่มเท้าและสัมผัสบอลไม่นิ่มเท่าหนังแท้

พัฒนาการที่ทันสมัยที่สุดของการที่เอาหนังสังเคราะห์มาผลิตรองเท้าฟุตบอลคือการที่มันได้ก้าวเข้าสู่ 5 สุดยอดเทคโนโลยีใหม่ได้แก่ 1. ACC/NSG ซึ่งเป็นกระบวนการทำให้ผิวรองเท้าสามารถควบคุมการสัมผัสบอลในสภาพเปียกแฉะได้ดีกว่าปกติ 2. Formskin คือการขึ้นรูปอัปเปอร์ของรองเท้าให้มีความยืดหยุ่นและเข้ากับรูปเท้ามากขึ้นเป็นพิเศษ 3. Anatomical Soleplate คือพัฒนาการของรองเท้าที่จับรูปเท้าและรับสภาพเท้าที่แตกต่างกันให้เกิดความสมดุลดีเยี่ยม 4. Anti-Clog ที่มันทำให้โคลนเหนอะหนะไม่ได้แอ้มรองเท้า และ 5. Net Fit ซึ่งช่วยให้เกิดการล็อครองเท้าเข้ากับรูปทรงเท้าได้ดีกว่าระบบร้อยห่วงเหมือนสมัยเก่า และยังมีอีกเทคโนโลยีที่ทำให้รองเท้าสตั๊ดทุกวันนี้กลายเป็นสุดยอดรองเท้าคือเทคโนโลยีไร้เชือกที่ทำให้รองเท้าเหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายนักฟุตบอล

ในขณะที่นักกีฬาฟุตบอลมองหาเทคนิคที่สุดยอดเพื่อเก่งกว่าคนอื่น เป็นดาวเด่นเหนือคนอื่น ผู้ผลิตอุปกรณ์อย่างรองเท้าฟุตบอลเองก็พยายามพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นและก้าวขึ้นอยู่เหนือผู้ผลิตรายอื่นเช่นกัน การเลือกซื้อรองเท้าจึงไม่ใช่แค่การมีรองเท้าดี ๆ สักคู่ แต่มันคือการเลือกอาวุธคู่กายในการลงสู้บนสังเวียนลูกหนังดี ๆ นี่เอง