ถ้าป็อกบาแพงเกินไป หันมาให้โอกาสบัลเบร์เด้ดูก็ได้

เป็นที่รู้กันดีว่า นับตั้งแต่เริ่มเปิดฤดูกาล 2019-2020 เรอัล มาดริด ของกุนซือซีเนอดีน ซีดาน ตกเป็นข่าวตามหน้าสื่ออยู่ตลอด ในการที่อยากจะดึงตัวยอดมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส อย่างปอล ป็อกบา ของปีศาจแดงมาร่วมทีม เพื่อสร้างทีมราชันยุคใหม่ให้กลับมายิ่งใหญ่ดังเดิม และดูเหมือนว่ามันน่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมื่อตัวนักเตะเองก็แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าต้องการย้ายทีม แต่แน่นอนว่าการดึงป็อกบามาร่วมทีมนั้น มันจะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน เพราะเจ้าของสัญญาอย่างยูไนเต็ดก็คงไม่ยอมขาดทุนจากค่าตัวที่จ่ายให้ยูเว่แน่ ๆ ไหนจะเงินกินเปล่าของตัวนักเตะ และผู้จัดการส่วนตัวของเขาอีก รวม ๆ แล้วเชื่อว่าทีมราชันคงต้องจ่ายทะลุร้อยล้านปอนด์แน่ ๆ หากเกิดดีลนี้ขึ้นจริง ๆ

แน่นอนว่าเงินจำนวนนั้นทีมอย่างราชันชุดขาวจ่ายได้ หากต้องการจะดึงตัวป็อกบามาร่วมทีมจริง ๆ แต่จนถึงตอนนี้ดีลดังกล่าวก็ยังไม่เกิดขึ้น อาจด้วยอาการบาดเจ็บของนักเตะเอง การพยายามรั้งตัวของยูไนเต็ด หรือการตกลงผลประโยชน์กับเอเยนต์ไม่ลงตัว หรืออะไรก็ตามแต่ การที่เวลามันถูกยืดให้นานออกไป กลับทำให้ทัพราชันชุดขาวค้นพบเพชรเม็ดงามที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเลย และการค้นพบผู้เล่นคนนี้ อาจทำให้แผนการดึงตัวป็อกบาอาจต้องพับเก็บไปเลยทีเดียว นั่นเท่ากับว่าป็อกบากับเอเยนต์ของเขาอาจจะต้องกลับลำอยู่กับผีแดงต่อไป หลังออกลูกงอแงขอย้ายทีมมานานหลายเดือน และแผนการสร้างทีมใหม่ของมาดริด ชื่อของคนที่จะมาเป็นศูนย์กลางของทีมใหม่ อาจจะเปลี่ยนจากชื่อของปอล ป็อกบา มาเป็นเฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ แทน

เด็กหนุ่มวัย 21 ปีคนนี้ ทีมราชันชุดขาวได้ทำการดึงตัวมาจากเปนญาร่อล ในลีกอุรุกวัยบ้านเกิดของเขา ตั้งแต่เขาอายุได้เพียง 18 ปีเท่านั้น แถมยังพึ่งจะลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ของเปนญาร่อลไปเพียง แค่ 12 เกม เชื่อว่าเขาจะต้องมีความพิเศษอะไรในตัว จนไปเตะตาแมวมองของราชันเข้าอย่างแน่นอน เรอัล มาดริดส่งเขาไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์การลงสนามกับทีมกาสตีลญ่าหนึ่งฤดูกาล ก่อนปล่อยให้เดปอร์ติโว่ ลา คอรุนญ่า ยืมตัวอีกหนึ่งฤดูกาล แล้วเขาก็ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2018-2019 เพื่อเสริมผู้เล่นในแดนกลางที่กำลังมีปัญหาของทีม

ฤดูกาลนี้เป็นเพียงฤดูกาลที่สองเท่านั้น ของเขากับทีมชุดใหญ่ของเรอัล มาดริด แต่ฝีเท้าของบัลเบร์เด้พัฒนาขึ้นอย่างมาก จนกลายมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแผงมิดฟิลด์ และเป็นลูกรักคนใหม่ ของซีดานไปแล้ว เขาลงสนามช่วยทีมไปถึง 32 นัดทุกรายการ กับผลงาน 2 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ โดยสไตล์การเล่นของเด็กหนุ่มคนนี้ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ สตีเวน เจอร์ราด อดีตมิดฟิลด์ระดับตำนานของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ด้วยการเล่นที่ทรงพลัง โดดเด่นทั้งในเกมรุกและเกมรับ มีการผ่านบอลที่ยอดเยี่ยมทั้งสั้นและยาว แถมยังมีเซนส์ฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ปัจจุบันเด็กหนุ่มจากอุรุกวัยคนนี้ ได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อต่าง ๆ อย่างมาก และก้าวขึ้นมาเป็นที่รักของผู้จัดการทีม และเหล่าแฟนบอลของราชันชุดขาวเป็นที่เรียบร้อย และนี่อาจจะส่งผลกระทบถึง ดีลมูลค่ามหาศาลในการที่จะดึงตัวปอล ป็อกบา มาจากยูไนเต็ดต้องถูกระงับไปก็เป็นได้

เครดิตภาพ : https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-8024865/Casemiro-heaps-praise-Real-Madrid-team-mate-Federico-Valverde.html

เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกค้างคาว ที่กำลังตกเป็นข่าวกับทีมดัง

ชื่อของสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่าจากสเปน ยูเวนตุสจากอิตาลี หรือลิเวอร์พูล แมนยู และแมนซิตี้ จากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เป็นชื่อของทีมมหาอำนาจลูกหนัง จากลีกยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรป ที่ไม่ว่าใคร ๆ ที่ชื่นชอบฟุตบอลจะต้องรู้จัก และท่าหากทีมดังเหล่านี้ หันมาจับจ้องผู้เล่นดาวรุ่งคนหนึ่ง พร้อม ๆ กันหมดทุกทีมแล้วละก็ แสดงว่าดาวรุ่งคนนั้นจะต้องมี อะไรไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และดาวรุ่งคนนั้นก็มีชื่อว่า เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกอนาคตไกลจากทีมไอ้ค้างคาว บาเลนเซียนั่นเอง

เฟร์ราน ตอร์เรส การ์เซีย ปีกสัญชาติสเปน เขาเกิดในวันที่ได้ฉลองแค่ 4 ปีครั้ง คือวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ปี 2000 หรือมีอายุเพียงแค่ 20 ปีพอดิบพอดี เขาก้าวเข้าสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของไอ้ค้างคาวตั้งแต่มีอายุได้เพียงแค่ 6 ขวบเท่านั้น ก่อนที่จะถูกส่งไปหาประสบการณ์กับทีมชุดบีของสโมสร ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น ก่อนจะได้สลับขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ ในวัย 17 ปี โดยได้รับการบันทึกว่าเป็นการลงสนามในลาลีกา คนแรกที่เกิดหลังปี 2000 และหลังจากนั้นเป็นต้นมา สองฤดูกาลล่าสุดเขาก็ก้าวขึ้นมา ยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้อย่างมั่นคง จนไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มวัยเพียงแค่ 20 จะสามารถลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ รวมทุกรายการไปแล้วถึง 88 นัด กับผลงาน 9 ประตู 11 แอสซิสต์ ต้องบอกเลยว่า เด็กคนนี้มันมีของ และไม่ได้มีอยู่เพียงแค่นี้อย่างแน่นอน

สไตล์การเล่นของเฟร์ราน ตอร์เรส เขาเป็นผู้เล่นในตำแหน่งปีกที่มีความเร็วสูง มีเทคนิคการเล่นที่แพรวพราว สามารถไปกับบอลได้ดี พร้อมที่จี้เข้าหากองหลังคู่ต่อสู้ และกระชากผ่านทุกคนที่เข้ามาขวาง เขาสามารถเล่นได้ดีทั้งสองเท้า ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอล หรือการยิงประตู อีกทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็นดาวรุ่งพรสวรรค์สูงที่สุด ที่อคาเดมี่ของบาเลนเซียเคยมีเลยทีเดียว

ด้วยความสามารถที่เขามีในขณะที่อายุยังน้อย มีเวลาให้พัฒนาฝีเท้าได้อีกเยอะ ทำให้บรรดาทีมยักษ์ใหญ่จากทั่วยุโรป ต่างจ้องจะดึงเขาไปร่วมทีม ถึงแม้ว่าทางบาเลนเซีย จะตั้งค่าฉีกสัญญาไว้สูงถึง 100 ล้านยูโร แต่ด้วยสัญญาที่เขามีกับทีมยังเหลืออยู่เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น จึงเชื่อว่าบาเลนเซีย น่าจะยอมลดราคาลงมาอีกเยอะเลย ดีกว่าที่จะเสียไปฟรี ๆ หลังหมดสัญญา จึงทำให้ทีมที่มารุมจีบต่างก็จับตามองด้วยตาที่เป็นประกาย ไม่ว่าจะเป็นทีมหงส์แดงที่อยากได้ไปช่วยเสริมสามกองหน้าที่มีอยู่ หรือแมน ยูไนเต็ดที่กำลังสร้างทีมใหม่ แมน ซิตี้ที่กำลังหาตัวแทนดาบิด ซิลบา หรือสองยักษ์แห่งสเปนที่แผงเกมรุกเริ่มจะโรยรากันไปแล้วทั้งนั้น ทำให้โอกาสที่จะเกิดการย้ายทีมของตอร์เรส มีสูงมากแทบจะเรียกว่าย้ายแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าจะย้ายไปทีมไหนเท่านั้นเอง

ตอนนี้แฟนบอลของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ ต่างลุ้นให้ทีมที่ตนรักได้ตัวเขาไปร่วมทีม ส่วนแฟน ๆ ของไอ้ค้างคาว บาเลเซียเอง คงได้แต่ภาวนาให้ตัวของ เฟร์ราน ตอร์เรสเอง มีใจรักต่อสโมสร มากเพียงพอที่จะปฏิเสธทั้ง ชื่อเสียง การเงิน และความสำเร็จต่าง ๆ เพื่ออยู่กับทีมต่อไป ถึงแม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีให้เห็นเลยซะทีเดียว ในโลกของฟุตบอล

เครดิตภาพ : https://tribuna.com/en/fcbarcelona/news/855d5d9c-fa15-4e52-8974-6001702d8a5d/

อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค กองหน้าผู้ครบเครื่องในเรื่องการทำประตู

ถึงแม้ว่าในฤดูกาลนี้ ฟอร์มการเล่นของนาโปลี จะไม่ได้โดดเด่นซักเท่าไหร่ หากเทียบกับฤดูกาลที่ผ่าน ๆ มา โดยเฉพาะอันดับในตารางที่ตกไปอยู่ที่ 6 ตามกลุ่มผู้นำอยู่ห่างถึงหลัก 20 คะแนน แต่ไม่ว่าอันดับของพวกเขาจะอยู่ที่อันดับเท่าไหร่ แน่นอนว่าในการเจอกับพวกเขา ก็ไม่มีคู่ต่อสู้ทีมไหนจะเห็นว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ ในการที่จะเก็บแต้มจากพวกเขาแน่ ๆ พวกเขายังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และรับมือยากอยู่ตลอด โดยเฉพาะในแนวรุกที่เต็มไปด้วยผู้เล่นศักยภาพสูง พร้อมจะเล่นงานกองหลังคู่ต่อสู้ทุกทีม โดยเฉพาะกองหน้าตัวอันตรายหมายเลข 99 ที่ชื่อว่า อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค

อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค เป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า สัญชาติโปแลนด์ ซึ่งปัจจุบันเขามีอายุ 26 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ว่ากันว่า กำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าเลย เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับกอร์นิคทีมในลีกบ้านเกิด ก่อนที่จะเป็นทางห้างขายยา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ดึงไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 2.6 ล้านยูโร แต่ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมห้างขายยาได้ หลังลงเล่นไป 8 นัดแบบไม่มีประตู จึงถูกปล่อยตัวออกไปให้เอาส์บวร์กยืมตัว แต่ก็ยังสอบไม่ผ่านอยู่ดี เมื่อเขาทำไปเพียงแค่ 2 ลูกจาก 20 นัดซึ่งถือว่าหยุมหยิมมากสำหรับหน้าเป้า หรือเขาอาจจะไม่เหมาะกับบุนเดสลีกา เขาจึงลองออกไปเล่นต่างประเทศด้วยสัญญายืมตัวกับอแจ็กส์ ในฮอลแลนด์ ซึ่งปรากฏว่าเขาทำผลงานได้ค่อนข้างดี สามารถกดไปถึง 23 เม็ดจากการลงสนาม 33 เกม จนอแจ็กส์ยอมควักเงินเซ้งเขาไปใช้งานต่อในปีต่อมา ด้วยค่าตัว 2.8 ล้านยูโร ซึ่งต่อมาภายหลังปรากฏว่ามันเป็นการลงทุน ที่แสนจะคุ้มค่าของทีมดังจากฮอลแลนด์ เมื่อเขาจัดการตอบแทนด้วยการยิงไป 24 เม็ด จาก 42 นัด ทำให้นาโปลีขอซื้อเขาต่อในราคาถึง 35 ล้านยูโร ทำให้อแจ็กส์ฟันกำไรเหนาะ ๆ 32.2 ล้านยูโรหรือคิดเป็น 12.5 เท่าของเงินที่พวกเขาลงทุนไป เลยทีเดียว จนถึงตอนนี้เขาลงสนามให้นาโปลีไปแล้ว 109 นัด ทำไป 46 ประตู และคาดกันว่าหากนาโปลีปล่อยต่อ ก็จะสามารถทำกำไรได้ราว ๆ 30 ล้านยูโรเช่นกัน

สไตล์การเล่นของมิลิคนั้น นับว่าเขามีคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างมาก ที่จะเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า โดยความที่มีร่างกายสูงใหญ่ ถึง 189 เซนติเมตร ทำให้เขาโดดเด่นมากในลูกกลางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการทำประตู หรือการพักบอลต่อให้เพื่อนร่วมทีม แต่ในทางกลับกันเขากับไม่ได้มีความเชื่องช้าตามแบบกองหน้าตัวใหญ่เลย เขามีความเร็วและความคล่องตัวที่ดีมา อีกทั้งการเคลื่อนที่ขณะที่ไม่มีบอลของเขาก็ยอดเยี่ยมมากด้วย และเขาสามารถจบสกอร์ได้ดีด้วยเท้าทั้งสองข้างอีกด้วย แถมในส่วนของเท้าซ้ายข้างถนัดของเขา ยังสามารถเล่นลูกฟรีคิกได้ดีอีกด้วย นับว่าเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องมาก และหากเขาอยู่ในทีมที่ใหญ่กว่านี้ เขาอาจจะพัฒนาฟอร์มการเล่นของตัวเองได้พอ ๆ กับ เลวานดอฟสกี้ กองหน้ารุ่นพี่ ในทีมชาติของเขาที่ประสบความสำเร็จกับบาเยิร์น มิวนิคเลยก็ได้

เชื่อว่ากองหน้าอย่างอาร์คาดิอุสซ์ มิลิค จะได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน ด้วยความสามารถที่เขามีในขณะนี้ และยังมีอายุการใช้งานได้หลายปีพอสมควร รวมทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อยของเขาก็ยังไม่ได้สูงลิบเหมือนกองหน้าชื่อดังรายอื่น ๆ แต่นาโปลีก็คงจะไม่ยอมเสียกองหน้า ที่มีความครบเครื่องขนาดนี้ ของพวกเขา ไปให้ทีมไหนง่าย ๆ เช่นกัน

เครดิตภาพ : https://www.thestar.com.my/sport/football/2019/01/21/napoli-cling-on-for-win-over-10man-lazio

ดีน เฮนเดอร์สัน พร้อมหรือยัง กับการแย่งพื้นที่ประตูผี

“เกมรุกจะทำให้คุณเป็นผู้ชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์” คือปรัชญาที่บรมกุนซือ อย่างซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเคยได้กล่าวไว้ และหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการสร้างเกมรับที่แข็งแกร่ง ก็คือการมีสุดยอดผู้รักษาประตู ไว้ใช้งานสักคนนั้นเอง และมันก็เป็นปัญหาที่ใหญ่พอสมควรกับการจะหาผู้รักษาประตูดี ๆ ที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมอุ่นใจ แต่ก็มีอีกปัญหาหนึ่ง ที่อาจเรียกว่า เป็นปัญหาที่น่ายินดีสำหรับทีม ก็คือการมีผู้รักษาประตูฝีมือดีอยู่พร้อม ๆ กันหลายคนนั่นเอง และทีมหนึ่งที่กำลังเจอกับปัญหาที่น่ายินดีดังกล่าวก็คือ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทัพปีศาจนั้น ถูกยึดครองมาอย่างยาวนานโดย เดบิด เด เกอา สุดยอดนายด่านชาวสเปน ที่ไม่เคยถูกสั่นคลอนมาก่อน ถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งระดับทีมชาติอาร์เจนติน่า อย่างแซร์จิโอ โรเมโร่อยู่อีกหนึ่งคน และเหตุผลหนึ่งก็คือ โรเมโร่ยินดีอย่างยิ่ง ที่จะเป็นตัวสำรองต่อจากเขา ทำให้สถานการณ์การแย่งชิงตำแหน่งมือหนึ่งของทีม ค่อนข้างจะสงบสุข แต่ฟอร์มการเล่นของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ถูกปล่อยตัวออกไปหาประสบการณ์ กับทีมดาบคู่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ กำลังส่งแรงสั่นสะเทือน มาถึงเสาโกลในโอลแทร็ฟฟอร์ดอย่างแรงเลยทีเดียว

ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้รักษาประตูจากอคาเดมี่ของยูไนเต็ด เขาถูกเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันดึงตัวเข้าสู่ทีมตั้งแต่อายุเพียงแค่ 14 ปี เรียกว่าเป็นเด็กปั้นของทีมขนานแท้เลย ด้วยความที่เขาไม่ชอบที่จะนั่งมองเพื่อนเล่นจากข้างสนาม เขาจึงได้ขอออกไปหาประสบการณ์การเฝ้าเสากับทีมอื่น เมื่อเขาอายุได้เต็ม 18 ปี โดยเขาผ่านการเล่นแบบยืมตัวมาถึง 3 ทีม ทั้งสต็อกปอร์ท กริมสบี้ และชรูวสบิวรี่ ก่อนที่จะได้ย้ายมาเฝ้าเสาให้กับทีมดาบคู่

จนตอนนี้เขาก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในเกมรับของทีมดาบคู่เป็นทีมดาบคู่เป็นที่เรียบร้อย เริ่มจากพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง เมื่อปี 2018-2019 และโชว์ความหนึบอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพาทีมน้องใหม่อย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาลุ้นทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรป เกาะอยู่บนครึ่งบนของตารางอย่างเหนียวแน่น เขาช่วยให้ทีมเสียประตูน้อยเป็นอันดับสอง รองจากทีมลุ้นแชมป์อย่างลิเวอร์พูลทีมเดียวเท่านั้น โดยเสียไป 22 ประตูจาก 27 เกม และยังเก็บคลีนชีตไปได้ถึง 10 นัดอีกด้วย จนเป็นที่พูดถึงอย่างมากกับอนาคตของเขาในฤดูกาลหน้า 

เรื่องนี้คงต้องตัดสินใจ และวางแผนกันอย่างรอบคอบ ของทั้งฝ่ายสโมสรและตัวนักเตะเอง เพราะถ้าหากเขาเลือกที่จะกลับมาสู้เพื่อแย่งมือหนึ่งกับเด เกอา แน่นอนว่ามันจะต้องมีผู้ชนะเพียงแค่คนเดียว และเฮนเดอร์สันคงไม่มีความสุขกับการเป็นสำรองแน่ ๆ เพราะเขาต้องการการลงเล่น เพื่อก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษด้วย หรือไม่ หากเขาเบียดเด เกอาได้ อีกฝั่งก็คงไม่แฮปปี้กับการนั่งสำรองแน่นอน ฝ่ายที่จะดีใจคงจะเป็นตาอยู่ ที่จ้องจะงาบเด เกอา อย่างมาดริด ซะมากกว่า ทางเลือกนี้จึงน่าจะเร็วไปสำหรับการกลับโอลแทร็ฟฟอร์ดในเวลานี้ ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ น่าจะเป็นการปล่อยยืมให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดต่อไปอีกหน่อย เพราะถ้าที่นั่นเขาสามารถการันตี ตำแหน่งตัวจริงได้อย่างแน่นอน และยังได้เล่นอยู่ในลีกระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีกอีกด้วย และถ้าเขาสามารถพาทีมคว้าโควตายุโรปได้ ก็ยิ่งจะเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ในเกมระดับทวีปให้เขาได้อีกด้วย แล้วอีกซักหน่อยค่อยกลับโรงละครแห่งความฝัน ก็ยังไม่สาย

ตอนนี้เฮนเดอร์สัน พึ่งจะมีอายุแค่ 23 ปี และยังมีสัญญากับผีแดงจนถึงปี 2022 จึงยังมีเวลาในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของเขากับทีม โดยทุก ๆ ฝ่ายในทีมจะต้อง คิดอย่างรอบคอบ เพื่อหาหนทางที่ดีที่สุด ในการที่จะรักษาและพัฒนานายทวารดาวรุ่งผู้นี้ เพราะเขามีปัจจัยพร้อมทุกอย่าง ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่ง ในตำแหน่งประตูผี ในอนาคตได้อย่างแน่นอน อาจจะก้าวขึ้นไปถึงขั้น ตำนานนายทวารปีศาจแดงคนต่อไปเลยก็ได้

เครดิตภาพ : https://www.sheffieldunited.news/news/report-manchester-united-would-now-want-at-least-30m-for-dean-henderson/

จู้ด เบลลิงแฮม วอนเดอร์คิดจากเบอร์มิงแฮม

ถ้าเด็กวัยรุ่นที่มีอายุยังไม่เต็ม 17 ปี แต่สามารถลงสนามในทีมชุดใหญ่ของสโมสร ไปถึง 35 นัด ถึงแม้ว่าจะอยู่ในลีกระดับแชมเปี้ยนชิพก็เถอะ เจ้าหนูคนนั้นย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และในฤดูกาล 2019-2020 นี้นี่เอง ที่มีเจ้าหนูคนหนึ่งทำได้ มันจึงทำให้เขาได้รับการจับตามอง จากบรรดายอดทีม จากลีกชั้นนำทั่วยุโรป ที่แข่งกันมาตามจีบทำคะแนน เพื่อล่าลายเซ็นของเจ้าหนูคนนี้ไปร่วมทีม และแฟนฟุตบอลทั่วทุกมุมโลก คงจะรู้จักชื่อของเจ้าหนูคนนี้กันมาพอสมควรแล้ว เขาก็คือ จู้ด เบลลิงแฮม กองกลางเด็กปั้นของเบอร์มิงแฮม ซิตี้ นั่นเอง

เบลลิงแฮม สร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ นับตั้งแต่การลงสนามครั้งแรกเลยทีเดียว เพราะการลงสนามของเขา มันคือการทำลายสถิติผู้เล่นอายุน้อยที่สุด ที่เทรเวอร์ ฟรานซิส สร้างไว้ยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ โดยในวันที่เขาลงสนามในเกมลีก คัพกับพอร์ทสมัธนั้น เขามีอายุเพียงแค่ 16 ปี กับอีก 38 วัน น้อยกว่าสถิติเดิม ถึง 101 วันเลยทีเดียว และเขาไม่ได้เพียงแค่ลงมาเล่นเพื่อเก็บสถิติสวยหรูเท่านั้น เมื่อหลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาสามารถยึดตำแหน่งตัวหลักในทีมชุดใหญ่ของเบอร์มิงแฮมได้อย่างเหนียวแน่น และลงเล่นไปแล้วถึง 35 เกม ในทุกรายการกับเดอะ บลูส์ กับผลงาน 4 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ อีกด้วย ซึ่งถือว่าเจ้าหนูเบลลิงแฮมสอบผ่านอย่างสวยงามเลย สำหรับเวที เดอะ แชมเปี้ยนชิพอังกฤษ

การเล่นของเบลลิงแฮมนั้น โดดเด่นอย่างมาก เขามีทั้งความกล้าเล่นที่เกินอายุ และทักษะฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม ลักษณะการเล่นดูจะคล้ายคลึงกับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ค่าตัวแพงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล การเลี้ยงบอลที่ลื่นไหล หรือการจ่ายบอล เขาทำมันได้ดีมาก ในวัยที่ยังไม่เต็ม 17 ปี มันเป็นคุณสมบัติที่น่าจะพัฒนาต่อยอด ไปสู่การเป็นผู้เล่นระดับโลกได้ในอนาคตได้อย่างไม่ยากเย็น

จนมันดูเหมือนว่าแชมเปี้ยนชิพ จะเล็กเกินไปเสียแล้ว สำหรับเส้นทางการสู่ยอดนักเตะของเขา และสถานการณ์ของเบอร์มิงแฮมเอง ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเลื่อนชั้น ขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้ในเร็ววัน เพราะตอนนี้พวกเขาอยู่ในโซนล่างของตาราง ทำให้พวกเขาคงจะไม่สามารถรั้งตัว เด็กปั้นรายนี้ไว้ได้ เพราะชื่อของทีมที่ดาหน้ากันเข้ามาจีบเขา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อของทีมที่ยากจะปฏิเสธทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแมนยู หรือเชลซีในอังกฤษ หรือดอร์ทมุนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นดาวรุ่ง อีกทั้งยังมียูเวนตุสจากอิตาลี ที่โดดเข้าร่วมวง ในการล่าตัวเขาด้วยอีกคน ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่สามารถ เซ็นต์สัญญาเป็นนักเตะอาชีพได้ จนกว่าอายุจะครบ 17 ปี แต่สโมสรเหล่านี้ ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่เบอร์มิงแฮม ราว ๆ 30 ล้านปอนด์เลย สำหรับทีมที่อยากได้เขาไปร่วมทีม ถึงจะเป็นจำนวนไม่น้อย และเสี่ยงสูงพอสมควร แต่ก็ยังไม่มีทีมไหนลดความพยายาม ในการดึงตัวเขา แถมยังมีแต่จะเพิ่มคู่แข่ง มากขึ้นทุกวันอีกด้วย

เรื่องราวที่ผ่านมาของเขา ทำให้แฟนฟุตบอลทั่วโลกฮือฮากันมาแล้ว แต่เรื่องราวนับจากนี้ไปของเขา น่าจะทำให้เขาเป็นที่สนใจมากขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าจะเป็นทีมไหน ที่รับเพชรเม็ดนี้ไปเจียรนัยต่อ จะพาเขาก้าวเข้าไปอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์ และก้าวไปสู่แบบทดสอบที่ยากขึ้นอีกขั้น เพื่อทดสอบว่าเขา จะสามารถก้าวขึ้นไปเป็นยอดนักเตะระดับโลก ได้หรือไม่นั่นเอง

เครดิตภาพ : https://www.thesun.co.uk/sport/football/10053206/jude-bellingham-birmingham-manchester-united-transfer/

เอดิสัน คาวานี่ ของฟรี ดีกรีระดับโลก

555 นัด ยิงไป 341 ประตู จากการเล่นในสองลีกชั้นนำ ตลอดเวลา 14 ปีบนแผ่นดินยุโรป นับว่าเป็นผลงานการการันตี ความเป็นดาวถล่มประตูระดับโลกของเขาได้อย่างดี และด้วยอานุภาพการทำลายประตูขนาดนี้ ไม่ว่าทีมไหน ๆ ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการตัวเขาไปร่วมทีมอย่างแน่นอน ทำให้เขาอยู่ในขั้นหล่อเลือก(ทีม)ได้ อย่างสบาย ๆ เลยล่ะ และมันก็ยิ่งทำให้เขาเลือกได้หนักเข้าไปอีก เมื่อถึงตลาดหน้าร้อนที่จะถึงนี้ เขาคนนี้จะสามารถย้ายทีมได้แบบ ฟรี ๆ อีกด้วย แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึง เอดิสัน คาวานี่ ศูนย์หน้าชาวอุรุกวัยของ ปารีส แซงต์แชร์กแมง นั่นเอง

ดาวยิงวัย 33 ปีกำลังจะหมดสัญญากับสโมสรต้นสังกัดในหน้าร้อนนี้ หลังอยู่รับใช้สโมสรมานาน 7 ปี ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ เขาสามารถระเบิดประตูให้กับทีมไปถึงหลัก 200 ลูกจากการเล่นทุกรายการ พาทีมกวาดถ้วยรางวัลมาอย่างมากมาย ทั้งแชมป์ลีก 5 สมัย บอลถ้วยภายในประเทศอีก 9 ใบ และถ้วยซูเปอร์คัพอีก 4 หน จนเจ้าตัวน่าจะหมดความท้าทายแล้ว บนแผ่นดินฝรั่งเศส ดังนั้นเขาจึงได้แจ้งเรื่องไปยังสโมสรต้นสังกัด เพื่อขอย้ายทีมในช่วงหน้าร้อนนี้ หลังจากที่สัญญาของเขากับทีม สิ้นสุดลง

การขอย้ายทีมของคาวานี่ในครั้งนี้ อาจสร้างความไม่พอใจให้กับทางปารีสอย่างมาก จนทำให้เขาไม่ได้ลงสนามให้กับทีมมากนักในฤดูกาลนี้ โดยหลาย ๆ ครั้งสโมสรออกมาบอกว่าเพื่อรักษาสภาพร่างกายของเขาให้สมบูรณ์ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า มันเกิดจากการขอย้ายทีมของเขานั่นเอง ถึงแม้ว่าปารีสจะไม่สบอารมณ์นัก แต่บรรดาทีมอื่น ๆ ต่างจ้องมาที่เขาตาไม่กระพริบเลยทีเดียว โดยตอนนี้ทีมที่มีข่าวอย่างดึงตัวเขาไปร่วมทีม ก็มีสามทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเชลซีจากเกาะอังกฤษ กับแอตเลติโก้ มาดริด จากสเปน ซึ่งมีข่าวเตรียมสู้กันทุ่มค่าเหนื่อย เพื่อให้คาวานี่ไปช่วยล่าตาข่ายให้ ในฤดูกาลหน้า ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นทีมจากประเทศที่เขายังไม่เคยไปเล่นมาก่อนในอาชีพ เท่ากับว่าทีมเหล่านี้ สามารถตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ ๆ ของเขาได้ บวกกับค่าเหนื่อยมหาศาลก่อนปลดเกษียณแล้ว มันจึงเป็นเหตุผลที่เพียงพอต่อการย้ายทีมของเขา

ข้อเสียเดียวของคาวานี่ก็คือ อายุของเขาปาเข้าไป 33 ปีแล้วนั่นเอง อายุการใช้เหลือไม่เยอะมาก อาจจะอีกซัก สองถึงสามฤดูกาล แต่ด้วยศักยภาพขนาดคาวานี่ คงไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวอะไรมาก ถ้าเป็นอาหารก็แทบจะไม่ต้องอุ่นเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นทีมที่จะดึงตัวเขาไปร่วมทีม จะต้องมีปัญหาในการทำประตู และมีตำแหน่งว่างให้สามารถหย่อนเขาลงเล่นได้ทันที เพื่อให้ได้ประโยชน์จากเขาอย่างสูงสุด เพราะถ้าจะดึงตัวผู้เล่นระดับนี้ เข้ามาเพื่อเป็นอะไหล่สำรองของกองหน้าที่มี คงจะไม่ดีแน่ ๆ เพราะนี่คือกองหน้าระดับโลก และถึงแม้ว่าค่าตัวของเขาจะฟรี แต่เชื่อได้เลยว่า ค่าเหนื่อยที่ต้องจ่ายให้คาวานี่ นั้นมหาศาลอย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : https://www.the-sun.com/sport/premier-league/325544/chelsea-and-man-utd-transfer-target-edinson-cavani-says-goodbyes-to-psg-team-mates-as-atletico-move-grows-closer/

วิสซาม เบน เยแดร์ ดาวยิงฟอร์มแรงคนใหม่ของโมนาโก

โมนาโก ถือเป็นอีกหนึ่งทีมใหญ่ประจำลีกเอิงฝรั่งเศส ซึ่งพวกเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ที่จะหาหนทางกลับสู่ความยิ่งใหญ่ของตัวเอง หลังจากห่างหายจากมันไปนาน และพวกเขาก็สามารถทำมันสำเร็จมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อฤดูกาล 2016-2017 เมื่อพวกเขาสามารถเบียดมหาอำนาจแดนน้ำหอม อย่างปารีส แซงต์แชร์กแมง เป็นแชมป์ลีกสูงสุดได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังจากห่างหายจากมันไปถึง 16 ปี

แต่หลังจากได้แชมป์แล้ว พวกเขาก็ถูกสัจธรรมแห่งโลกฟุตบอลเล่นงานเข้าอย่างจัง เมื่อพวกเขาไม่สามารถรั้งผู้เล่นคนสำคัญของพวกเขาไว้กับทีมต่อได้ และต้องเสียกำลังสำคัญเหล่านั้นให้กับบรรดาทีมที่มีวรรณะสูงกว่าไป อย่างไร้หนทางที่จะขัดขืน ไม่ว่าจะเป็นฟาบินโญ่ที่ย้ายไปลุ้นแชมป์กับลิเวอร์พูล บากาโยโก้ย้ายไปเชลซี เบนจาแมง เมนดี้ และแบร์นาโด้ ซิลวาไปแมนซิตี้ โตมาส์ เลอร์มาร์ไปแอตฯ มาดริด และที่สำคัญที่สุดเลยคือการเสีย คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอกคนสำคัญไปให้กับคู่อริตัวฉกาจ อย่างปารีส แซงต์แชร์กแมง ทำให้พวกเขาค่อย ๆ กลับสู่จุดตกต่ำอีกครั้งในเวลาไม่นาน

และเมื่อต้นฤดูกาล 2019-2020 ที่ผ่านมานี้ พวกเขาได้ทำการเสริมทัพเพื่อการกลับขึ้นมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการดึงตัว วิสซาม เบน เยแดร์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสจากเซบีญ่า กลับมาล่าตาข่ายในลีกบ้านเกิดอีกครั้ง ด้วยค่าตัวสูงถึง 40 ล้านยูโร โดยก่อนหน้านี้เขาเคยเล่นในลีกเอิงมาแล้วถึง 156 นัดกับตูลูส และฝากผลงานไว้ที่นั่นถึง 63 ประตู ทำให้เขาคุ้นเคยกับลีกเมืองน้ำหอมอย่างดี และเขาก็ไม่ทำให้แฟน ๆ โมนาโกต้องผิดหวัง เพราะด้วยความที่ไม่ต้องการเวลาปรับตัวอะไรมาก เขาสามารถทำผลงานได้อย่างดีแม้จะเป็นปีแรก โดยเขาลงสนามช่วยทีมไปแล้ว 31 นัดในทุกรายการ กับผลงาน 19 ประตู กับ 9 แอสซิสต์ ทำให้เขาก้าวขึ้นไปเบียดแย่งตำแหน่งดาวซัลโวของลีก กับอดีตดาวยิงของทีมอย่างเอ็มบั๊ปเป้ได้อย่างสนุกสูสี โดยตอนนี้พวกเขายิงได้เท่ากันอยู่ที่ 18 ประตู ยังมีลุ้นกันยาว ๆ เลย สำหรับรองเท้าทองคำปีนี้

ถึงแม้ว่าฟอร์มของโมนาโกจะยังไม่แน่นอนนัก โดยในปีนี้พวกเขาปักหลักอยู่แถว ๆ กลางตารางซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องนับว่าพวกเขาเริ่มที่จะเสริมทัพได้ดีมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะการดึงตัวเบน เยแดร์กลับลีกเอิงอีกครั้งนั้น มันช่วยยกระดับเกมรุกของทีมได้ดีมาก ทั้งฝีเท้าและประสบการณ์ของเขา น่าจะช่วยเป็นแกนหลัก ในการสร้างทีมให้โมนาโกได้อย่างดี การเล่นของเขามีประโยชน์กับทีมอย่างมาก ทั้งความเคลื่อนที่และการจบสกอร์ มันสามารถสร้างปัญหาให้คู้แข่งได้เสมอ

มันอาจต้องใช้เวลาอีกซักหน่อย ในการที่จะกลับขึ้นมาของโมนาโก แต่อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็ได้ค้นพบ ผู้เล่นฝีเท้าดีอีกคนหนึ่ง ที่จะมาช่วยยกระดับของทีม ที่เหลือหลังจากนี้ก็คือ พวกเขาจะต้องหาเพื่อนร่วมทีมศักยภาพสูงมาช่วยเขา และที่สำคัญจะต้องรักษา ทีมที่สร้างขึ้นมาใหม่ไว้ให้ได้ อย่าให้ประวัติศาสตร์ทีมแตกเหมือนครั้งที่แล้ว ย้อนกลับมาเล่นงานซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง ก็แล้วกัน

เครดิตภาพ : https://www.asmonaco.com/en/when-wissam-ben-yedder-does-good/

แอบส่องพลาง ๆ ระหว่างรอกับฟอร์ม บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป้าหมายใหม่ผีแดง

เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มกำลังลุ่ม ๆ ดอน ๆ อยู่ในขณะนี้ ต้องการเพิ่มมิติในเกมรุกให้กับทีม เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า เมื่อทีมเจอคู่แข็งที่มาเปิดหน้าสู้ และมีพื้นที่ให้พวกเขาโต้กลับ พวกเขามักจะทำได้ดีเสมอแม้แต่กับทีมใหญ่ ๆ กลับกับเมื่อเจอทีมเล็กที่ตั้งรับลึกไม่มีพื้นที่ให้เล่น พวกเขากลับหมดมุกที่จะเจาะเข้าไปทำประตูซะเฉย ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการที่จะเพิ่มแนวรุก ที่จะพาบอลทะลุทะลวงแนวรับคู่ต่อสู้เข้าไปทำประตู ในเกมแบบนี้ ทั้งการพาบอลไปเองและการจ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม และคนที่เป็นข่าวกับทีมอย่างหนาหูในตอนนี้คงนี้ไม่พ้นชื่อของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และวันนี้เราจะมาดูกันว่าเขาเป็นใคร และมีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะเข้ากอบกู้สถานการณ์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

                บรูโน่ มิเกล บอร์เกส แฟร์นันด์ส เกิดเมื่อ 8 กันยายน 2537 (อายุ 25 ปี) สัญชาติโปรตุเกส เป็นผู้เล่นในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวรุก ไปกับลูกบอลได้ดี จ่ายบอลได้คมกริบ และที่สำคัญเขาทำประตูได้ดีพอ ๆ กับกองหน้าธรรมชาติเลยด้วย แถมยังยืนตำแหน่งได้ทุกตำแหน่งบนแผงมิดฟิลด์ และผ่านประสบการณ์มาพอสมควร

                เขาเริ่มต้นกับการลงเล่นในเซเรีย บีกับ ทีมโนวาราด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่ก็สร้างความประหลาดใจไปทั่วทั้งเว็บ VWIN เพราะเขาใช้เวลาแค่ปีเดียวพาทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จ แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้เล่นซีเรีย อา กับทีม เมื่อถูกทีมที่ใหญ่กว่าอย่างอูดิเนเซ่ ดึงตัวไปร่วมทีม และเขาเล่นให้อูดิเนเซ่ไปถึง 86 นัดและทำไป 10 ประตู ก่อนจะย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรียด้วยฟอร์มโดเด่นกับทัพ ลา ซามพ์ ทำให้ลงเล่นได้เพียงปีเดียวก็โดนสปอร์ตติ้ง ลิสบอน ดึงตัวเขากลับโปรตุเกสอีกครั้ง

                และดูเหมือนว่าแผ่นดินโปรตุเกส จะแคบเกินไปสำหรับเขา เมื่อฤดูกาลล่าสุดเขายิงไปถึง 32 ประตู จากการลงเล่น 53 นัดรวมทุกรายการ ทำให้ทีมใหญ่ตาจ้องจะฉกเขาตาเป็นมัน โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ต้องการได้เขามาเพิ่มเขี้ยวเล็บให้แผงเกมรุกของพวกเขา เพราะมิดฟิลด์ที่มี รวมถึงการเจ็บของ ปอล ป็อกบา ทำให้ไม่สามารถคาดหวังกับแผงมิดฟิลด์ได้ซักเท่าไหร่ แต่คาดว่าลิสบอนต้องการค่าตัวของแฟร์นันด์สสูงพอสมควร จึงทำให้การเจรจายังไม่คืบหน้าซักเท่าไหร่

                ด้วยค่าตัวที่ลิสบอนตั้งไว้ราว ๆ 65 ล้านปอนด์ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า มันจะแพงไปหรือไม่กับผู้เล่นที่ยังไม่เคยเจอเกมหนักของพรีเมียร์ ลีก และเมื่อเจอเกมหนักขนาดนั้นเขาจะโชว์ฟอร์มเก่งได้ดีแค่ไหน แต่อย่าลืมว่าถึงแฟร์นันด์สจะไม่เคยผ่านพรีเมียร์ ลีก แต่เขาก็เคยเล่นในลีกใหญ่อย่างกัลโช่ ซีเรีย อา มาแล้วถึง 119 เกม ถึงจะไม่เร็วและหนักเท่าพรีเมียร์ ลีก แต่คุณภาพผู้เล่นก็ล้นแก้วไม่แพ้กัน ดังนั้นเขาน่าจะสอบผ่านได้ไม่ยาก เหลือแค่อย่างเดียว การเจรจาของสองทีมจะจบลงอย่างไร เพราะตอนนี้แฟน ๆ รอการเปลี่ยนแปลงของทีมกันแทบไม่ไหวแล้ว

ส่อง 5 อันดับนักฟุตบอลที่ทำเงินสูงที่สุดจากอินสตาแกรม

อินสตาแกรม หรือ ไอจี เป็นสื่อสังคมออนไลน์ระดับต้น ๆ ของโลก โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 1,000 ล้านคน เหล่าคนดังจากหลายวงการมักสร้างแอคเคาท์ของตัวเองเพื่อให้บรรดาแฟนคลับได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ยิ่งมีชื่อเสียงก็ยิ่งมีผู้ติดตามมากตามไปด้วย และด้วยยอดการติดตามนี่เองที่ดึงดูดให้แบรนด์สินค้าชั้นนำลงทุนจ้างเหล่าคนดังให้โพสต์รูปคู่กับสินค้าของตนเพื่อโปรโมทในไอจี โดยเหล่านักฟุตบอลชื่อดังก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกนั้น และนี่คือ 5 อันดับนักฟุตบอลที่สร้างรายได้สูงสุดต่อการโพสต์อินสตาแกรม 1 ครั้ง

อันดับที่ 1 : คริสเตียโน่ โรนัลโด้  (IG: @cristiano)

ซุปเปอร์สตาร์ชาวโปรตุเกสประสบความสำเร็จทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เป็นแชมป์เมเจอร์ถึง 29 รายการ และได้รับรางวัลส่วนตัวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบัลลงดอร์ 5 สมัย, นักฟุตบอลของยุโรป 4 สมัย และอีกกว่า 50 รางวัล จนกลายเป็นนักฟุตบอลที่มียอดผู้ติดตามสูงที่สุดถึง 186 ล้านคน โดยสามารถทำรายได้จากการโฆษณาลงไอจีถึงโพสต์ละ 975,000 ดอลล่าร์สหรัฐ

อันดับที่ 2 : เนย์มาร์ (IG: @neymarjr)

ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิล เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ประสบความสำเร็จทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ เขาถูกจับตามองและเปรียบเทียบกับนักเตะระดับตำนานของโลกอย่างเปเล่มาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะสร้างชื่อเป็นของตัวเองได้ ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามไอจีอยู่ที่ 127 ล้านคน และค่าลงโฆษณาโพสต์ละ 722,000 ดอลล่าร์สหรัฐ

อับดับที่ 3 : ลีโอเนล เมสซี่ (IG: @leomessi)

ศูนย์หน้าลูกหม้อของบาร์เซโลน่า เป็นนักเตะปัจจุบันเพียงไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จจากการลงเล่นให้กับสโมสรเดียว น่าเสียดายที่เขายังไม่อาจช่วยให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่คว้าแชมป์เมเจอร์รายการใดได้เลย ขณะนี้เขามีผู้ติดตาม 133 ล้านคน และได้รับค่าจ้างต่อโพสต์อยู่ที่ 628,000 ดอลล่าร์สหรัฐ

อันดับที่ 4 : เดวิด เบ็คแฮม (IG: @davidbeckham)

อดีตปีกขวาทีมชาติอังกฤษลงเล่นให้ทีมชั้นนำของยุโรปและอเมริกา ทำให้ปัจจุบันเขายังคงได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลก แม้จะแขวนสตั๊ดมากว่า 6 ปีแล้วก็ตาม ด้วยการเป็นนักฟุตบอลที่มีดีทั้งเรื่องฝีเท้าและหน้าตา ทำให้มียอดผู้ติดตามอยู่ที่ 58 ล้านคน และเรียกค่าโฆษณาได้ถึง 357,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อการโพสต์ 1 ครั้ง

อับดับที่ 5 : โรนัลดินโญ่ (IG: @ronaldinho)

อดีตศูนย์หน้าทีมชาติบราซิล มีความโดดเด่นทั้งเรื่องฝีเท้า ทรงผม และรอยยิ้ม แถมสมัยเป็นนักเตะยังกวาดรางวัลมามายมากทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ รวมทั้งรางวัลส่วนตัวที่ยาวเป็นหางว่าว ปัจจุบันจึงยังมีแฟนบอลติดตามเขาอยู่ 49 ล้านคน และได้รับค่าโฆษณาต่อครั้งที่โพสต์ 256,000 ดอลล่าร์สหรัฐ

จากข้อมูลข้างต้น ใช่ว่านักฟุตบอลแต่ละคนจะได้รับค่าโฆษณากันทุกโพสต์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ตัวนักเตะได้ทำสัญญาไว้กับสปอนเซอร์แต่ละราย โดยยังต้องคำนึงถึงเงื่อนไขต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในสัญญา และปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย

วิคตอร์ โอซิมเฮน ว่าที่ดาวซัลโวค่าตัวแพงแห่งลีกเอิง

แม้ต้องเสียดาวซัลโวประจำทีมอย่างนิโคลัส เปเป้ ศูนย์หน้าทีมชาติโกตดิวัวร์ (ไอวอรี่โคสต์) ที่ช่วยยิง 23 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้วไปให้กับอาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวสูงถึง 79 ล้านยูโร แต่ก็ทำให้ลีลล์ได้โอกาสโชว์ศักยภาพการเป็นนักปั้นมือทองอีกครั้งกับ “วิคตอร์ โอซิมเฮน” ศูนย์หน้าคนใหม่ของทีม

เมื่อปีที่แล้ว วิคตอร์ โอซิมเฮน ทำไปได้ 20 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ ในการลงเล่นให้กับชาร์เลอรัว ทีมในลีกเบลเยี่ยม จนถูกลีลล์ดึงตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 12 ล้านยูโร แล้วศูนย์หน้าทีมชาติไนจีเรียก็ไม่ทำให้ต้นสังกัดใหม่ผิดหวัง เมื่อจัดการยิงคนเดียว 2 ประตูในนัดเปิดฤดูกาล ช่วยให้ทีมเอาชนะน็องต์ไปได้ 2-1 ก่อนจะมายิงอีก 5 ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวของลีกเอิงหลังจากผ่านไป 9 นัด จนถูกเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายนของลีกเอิง

โอซิมเฮน ถูกเรียกตัวติดทีมชาติไนจีเรียชุดใหญ่อีกครั้งในเกมกระชับมิตรกับยูเครน ซึ่งเขาสามารถยิงประตูแรกในทีมชาติชุดใหญ่ได้เสียที หลังจากยิงมาแล้ว 10 ประตูในทีมชาติเยาวชนชุดอายุไม่เกิน 17 ปี และอีก 3 ประตูสมัยเล่นให้กับทีมชาติเยาวชนชุดอายุไม่เกิน 20 ปี

ในฟุตบอลยุโรป โอซิมเฮนถูกส่งลงสนามตั้งแต่เกมแรกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกกับอาแจ๊กซ์ แต่ไม่อาจช่วยอะไรทีมได้มากจนเป็นฝ่ายพ่ายไป 0-3 ก่อนจะมายิงประตูแรกในศึกยุโรปได้จากเกมที่พบกับเชลซีในนัดต่อมา ซึ่งเป็นประตูตีเสมอก่อนที่ลีลล์จะพ่ายไปด้วยสกอร์ 1-2

ปี 2019 จึงถือเป็นปีที่แสนมหัศจรรย์สำหรับศูนย์หน้าดาวรุ่งวัย 20 ปีอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการยิง 2 ประตูแรกตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามในลีกเอิง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในลีกใหญ่ของยุโรป, การประเดิมสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างไม่ตื่นกลัว, การยิงประตูแรกใส่ทีมอย่างเชลซี แชมป์ยูโรป้าทีมล่าสุด, การยิงประตูแรกในนามทีมชาติไนจีเรียชุดใหญ่, การครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำลีกเอิง, ตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคมและกันยายนของสโมสรลีลล์ และนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายนของลีกเอิง

ถือเป็นอีกครั้งที่ลีลล์ได้สร้างนักเตะมากฝีมือประดับวงการฟุตบอล หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วกับโยฮัน กาบาย มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส, อิดริสซ่า กานา เกย์ กองกลางตัวรับทีมชาติเซเนกัล, ดิมิทรี ปาเยต มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติฝรั่งเศส, นิโคลัส เปเป้ ศูนย์หน้าค่าตัวแพง และเพลย์เมคเกอร์ระดับโลกอย่างเอเดน อาซาร์

ต้องรอดูว่าเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง วิคตอร์ โอซิมเฮน จะไปได้ไกลขนาดไหน เขาจะรักษาตำแหน่งดาวซัลโวประจำลีกเอิงตั้งแต่ต้นจนจบไว้ได้หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้วเขาจะย้ายไปอยู่กับทีมใหญ่ทีมใด เผลอ ๆ การย้ายทีมครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น อาจมีมูลค่ามากกว่ารุ่นพี่อย่างเปเป้เสียด้วยซ้ำ